ข่าวอาชญากรรม
“ตำรวจ ปคบ. ขยายผลจับกุมต่างชาติหัวหน้าแก๊ง Call Center หลอกขายผลิตภัณฑ์สุขภาพ”
“ตำรวจ ปคบ. ขยายผลจับกุมต่างชาติหัวหน้าแก๊ง Call Center หลอกขายผลิตภัณฑ์สุขภาพ”
 
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต. อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ปอท.รรท.รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.สำเริง อำพรรทอง, พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เกศะรักษ์, พ.ต.อ.สมเกียรติ ตันติกนกพร รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ., พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.นิธิ ตรี สุวรรณ รอง ผกก.๔ บก.ปคบ. กับพวก ขยายผลจับกุมหัวหน้าแก๊ง Call Center หลอกขายผลิตภัณฑ์สุขภาพ
         
ด้วยเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้ทำการจับกุม นายศุภกร (ขอสงวนนามสกุล) ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 606/2565 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร, ร่วมกันโฆษณาเครื่องสำอางโดยใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม โดยใช้ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริงและข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา”โดยนายศุภกรฯ เป็นกรรมการของบริษัท อีเฟิร์ส เอเชีย (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งบริษัทดังกล่าวมีได้สร้างเว็บไซต์ที่มีบทความเนื้อหาที่เป็นเท็จและบรรยายสรรพคุณเกินความจริง เพื่อโฆษณาขายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และเสริมอาหารต่างๆ เช่น
 
- “คุณยายวัย 68 ปีสามารถได้ยินอย่างชัดเจนอีกครั้งหลังจากที่สูญเสียการได้ยินเป็นเวลากว่า 18 ปี”
 
- “ตอนแรกการปลูกถ่ายตับเป็นเพียงหนทางเดียวเท่านั้นที่จะช่วยรักษาชีวิตแม่ของฉันไว้ได้ แต่ในท้ายที่สุดเราก็สามารถผ่านพ้นวิกฤตนั้นมาได้ ต้องขอบคุณผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสูตรพิเศษที่ฉันได้มีโอกาสค้นพบให้เข้ามาช่วยฟื้นฟูสุขภาพตับของแม่ฉันได้อย่างทันท่วงที”
 
- “รองมิสไทยแลนด์ เพิ่มขนาดหน้าอกของเธอเพียง 1 เดือนก่อนการเข้าร่วมการประกวด โดยไม่ได้รับประทานอาหารพิเศษใดๆ และการผ่าตัด”
 
โดยมีประชาชนหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ จำนวนมาก แต่เมื่อได้ใช้ผลิตภัณฑ์แล้วก็มิได้เป็นไปตามที่โฆษณาแต่อย่างใด เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเสียหายจากการหลงเชื่อคำโฆษณาดังกล่าว พร้อมทั้งได้ทำการตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องอีก จำนวน 3 แห่ง สามารถยึดผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีความผิดได้จำนวนมาก มีมูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท อีกทั้งยังพบว่าในปี พ.ศ.2564 บริษัท อีเฟิร์ส เอเชีย (ไทยแลนด์) จำกัด มีรายได้จากเปิดเว็บไซต์ที่มีข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อโฆษณาขายผลิตภัณฑ์ ประมาณ 250 ล้านบาท
 
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้ทำการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมจนพบว่า นายศุภกรฯ ซึ่งเป็นกรรมการของบริษัท อีเฟิร์ส เอเชีย (ไทยแลนด์) จำกัด นั้น แท้จริงแล้วนั้นเป็นเพียงลูกจ้างที่ได้รับการว่าจ้างจากนายทุนชาวโปแลนด์ให้มาเป็นกรรมการของบริษัท โดยนายศุภกรฯ ได้รับเงินเดือนจากนายทุนชาวโปแลนด์เดือนละ 250,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้การสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่องจนทราบว่า นายทุนคนดังกล่าวคือ นายเจนเดรย์ หรือ JEDRZEJ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี สัญชาติโปแลนด์ ซึ่งเป็นซีอีโอที่แท้จริงของบริษัท อีเฟิร์ส เอเชีย (ไทยแลนด์) จำกัด มีหน้าที่ดูแลบริหารสั่งการกิจการของบริษัท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับ นายเจนเดรย์ หรือ JEDRZEJ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1491/2565 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร อันเป็นเท็จหรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร, ร่วมกันโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันโฆษณาเครื่องสำอางโดยใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม โดยใช้ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง โดยใช้ข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง โดยใช้ข้อความที่แสดงสรรพคุณที่เป็นการรักษาโรคหรือที่มิใช่จุดมุ่งหมายเป็นเครื่องสำอาง, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา”
 
ต่อมา เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2565 เวลาประมาณ 17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้ทำการจับกุมตัว นายเจนเดรย์ (JEDRZEJ) ได้ที่บริเวณบ้านพักแห่งหนึ่ง หมู่ 7 ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ปัจจุบัน นายเจนเดรย์ หรือ JEDRZEJ ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ถือหุ้น บริษัท อีเฟิร์ส เอเชีย (ไทยแลนด์) จำกัด อีกทั้งยังเคยเป็นกรรมการบริษัทในช่วงระหว่างวันที่ ๑๐ กันยายน 2562 ถึง 3 กุมภาพันธ์ 2564 อีกด้วย
โพสเมื่อ : 05 ส.ค. 2565,14:03   อ่าน 104 ครั้ง