ข่าวภูมิภาค
วงจรปิด แม่วัย 26 ร้องดร.แก้ว ถูกน้องชายแท้ๆทำร้ายลูกวัย 9 ขวบ เจ็บหนักจนชักเกร็ง คิ้วแตก เลือดคลั่งในสมอง
นนทบุรี วงจรปิด แม่วัย 26 ร้องดร.แก้ว ถูกน้องชายแท้ๆทำร้ายลูกวัย 9 ขวบ เจ็บหนักจนชักเกร็ง คิ้วแตก เลือดคลั่งในสมอง 
  
  เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 เม.ย.67 ณ ห้องสืบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี น.ส.น้ำฝน (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี เดินทางมาพร้อมแฟนหนุ่ม และลูกน้อย 4 คน ได้นำหลักฐานกล้องวงจรปิดเข้าขอความช่วยเหลือจากดร.ชัยเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือดร.แก้ว ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) จังหวัดนนทบุรี ให้ติดตามความคืบหน้าคดี หลังจากได้ฝากลูก 4 คน ให้กับคุณแม่เลี้ยงดูที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านปากเกร็ด แต่กลับถูกน้องชายแท้ๆทราบชื่อคือนายอรรถชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ที่อยู่บ้านเดียวกับคุณแม่ได้ทำร้ายร่างกายลูกสาววัย 9 ขวบ 1 คน ได้รับบาดเจ็บ โดยภาพวงจรปิดบันทึกภาพวันที่ 23 มี.ค.67 นายอรรถชัยได้จับลูกสาวโขกกับเสา จับเหวี่ยง และบีบคอ ใช้เท้าเตะหน้า ทำให้ได้รับบาดเจ็บ 
ท่ามกลางลูกหลานที่นั่งเล่นอยู่ในบ้าน ก่อนข้างบ้านเห็นเหตุการณ์เข้าช่วยเหลือ พร้อมประสานกู้ภัยนำตัวลูกสาวส่งรพ.พระนั่งเกล้า โดยผลตรวจชันสูตรบาดแผล พบว่า บาดแผลฉีกขาด บริเวณเหนือหัวคิ้วด้านขวา มีอาการชักเกร็งกระตุก และเลือดคลั่งในสมองต้องพักรักษาตัวกว่า 2 สัปดาห์ หลังเกิดเหตุแจ้งความร.ต.อ. อิศราวุฒิ นาคยา รองสว.(สอบสวน)สภ.ปากเกร็ด 
 
สอบถามน.ส.น้ำฝน เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุดมื่อวันที่ 23 มี.ค.67 ตนได้เข้าไปบ้านคุณแม่ เพราะว่าได้ฝากลูก 4 คนให้คุณแม่เลี้ยงไว้ รวมถึงเป็นวันเกิดของลูกชายวัย 3 ขวบ ด้วย ตนก็ได้เข้าไปเล่นกับลูกพูดคุยปกติ ต่อมาเวลาประมาณ 18.00 น. ตนได้ออกไปซื้อหมูกระทะเพื่อมาฉลองวันเกิดลูก ขณะที่กำลังซื้อของปรากฎว่าคุณแม่โทรมาหาตนให้กลับบ้านด่วน เพราะคนในซอยบอกว่าลูกสาววัย 9 ขวบโดยทำร้ายร่างกาย ตนจึงรีบกลับบ้านปรากฎว่าไม่เจอลูกที่บ้าน แต่อยู่ในบ้านเพื่อนบ้านที่พาน้องเข้าไปพักช่วยเหลือ โดยตนเห็นสภาพลูกสาวตนคิ้วแตก มีอาการชักกระตุก จึงรีบประสานกูภัยให้นำตัวส่งโรงพยาบาล ปรากฎว่าหมอบอกต้องสแกนสมองจนพบว่าเลือดคลั่งในสมอง ซึ่งตนไม่คิดว่าน้องชายแท้ๆจะมาทำแบบนี้ เล็กๆน้อยๆตนไม่เคยว่า หฃังเกิดเหตุจึงสอบถามสาเหตุว่าทำไมถึงทำแบบนี้ น้องชายตนก็บอกว่า “ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ” ซึ่งอาการลูกตอนนั้นต้องนอนโรงพยาบาลประมาฯ 2 อาทิตย์ ปกติตนก็จะฝากแม่เลี้ยงดูตลอดอยู่แล้วเพราะต้องไปทำงาน ซึ่งหลังจากน้องออกโรงพยาบาลทางแม่ตนและน้องชายไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้กับตนไม่พูดขอโทษไม่พอ แถมยังให้ตนถอนแจ้งความอีก วันนี้จึงเครียดไม่รู้จะไปพึ่งใครจึงเดินทางขอความช่วยเหลือกับดร.แก้ว ซึ่งวันนี้อยากให้น้องมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ ตอนนี้ก็ยังรู้สึกกังวล เพราะที่บ้านยังมีน้องสาวตนอีก 1 คน ก็ถูกน้องชายคนนี้ทำร้ายร่างกายเช่นเดียวกัน ตอนนี้ทางแม่ก็เข้าข้างน้องชาย โดยนิสัยของน้องชายไม่กินเหล้า ไม่ติดยา ไม่สูบุหรี่ เป็นคนเรียนเก่ง แต่สมาธิสั้นไม่ค่อยยุ่งกับใคร 
 
ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) วัย 9 ขวบ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนตนอุ้มน้องที่กำลังร้องไห้อยู่ กำลังจะเก็บรองเท้าที่น้องทำหล่นทางน้าของตนก็ได้มาหยุมหัวทำร้ายร่างกาย ซึ่งตนถูกทำร้ายแบบนี้มา 3 ครั้งแล้ว ตอนนี้รู้สึกกลัวมากไม่กล้าไปที่บ้านอยู่บ้านกับ
 
ดร.ชัยเมศร์ หรือดร.แก้ว กล่าวว่า วันนี้ตนได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากผู้เสียหาย จึงประสานทางพนักงานสอบสวนในคดีมาพูดคุย ซึ่งทางพนักงานสอบสวนก็ได้เตรียมดำเนินคดีอยู่แล้ว วันนี้ทางพนักงานสอบสวนก็ประสานตำรวจสืบสวนเชิญตัวผู้ก่อเหตุมาพูดคุยกัน เนื่องจากคดีนี้ผู้ก่อเหตุกับผู้เสียหายมีสายเลือดเดียวกันอยู่ ควรจะมีการมาพูดคุยเจรจากันก่อน หากมีพฤติกรรมแบบนี้อีกก็ต้องได้รับลงโทษในคดีอาญา ทั้งนี้ก็คงต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจ ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมของเด็กนักเรียน อยากจะฝากถึงผู้ปกครองหลายๆท่านให้ช่วยสอดส่องดูแลลูกหลานให้ดีๆ เป็นหูเป็นตาจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้กับใครอีก
โพสเมื่อ : 05 เม.ย. 2567,14:43   อ่าน 22 ครั้ง